ฮ่องกงเพิ่มคุมทางสังคมอีก หลังสถานการณ์โควิด “วิกฤติหนัก”

รัฐบาลฮ่องกงยกระดับมาตรการทางสังคมขึ้นอีกขั้น รวมถึงการต้องสวมหน้ากากอนามัย “ทันทีที่ออกนอกบ้าน” จับกลุ่มได้ไม่เกิน 2 คน และงดรับประทานอาหารภายในร้าน หลังพบผู้ป่วยโควิด-19 อีก 145 คน เป็นสถิติใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ว่านายแมทธิว จาง เลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกง แถลงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับผลการประชุมของคณะผู้บริหาร ว่านับตั้งแต่วันพุธที่ 29 ก.ค.นี้เป็นต้นไป และ “ในเบื้องต้นมีผลอย่างน้อย 1 สัปดาห์” ประชาชนในฮ่องกงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า “ทันทีที่ก้าวออกจากบ้าน” การห้ามรวมตัวในสถานที่สาธารณะ “มากกว่า 2 คน” และร้านอาหารทุกแห่งรวมถึงร้านอาหารริมทางให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น

สำหรับมาตรการสวมหน้ากากอนามัยมีข้อยกเว้นเฉพาะ “ผู้มีอายุต่ำกว่า 2 ปี” และบุคคลมีเหตุผล “มีน้ำหนักเพียงพอ” นอกจากนั้นหากพบการฝ่าฝืน อัตราค่าปรับสูงสุดอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ( ราว 20,323.56 บาท ) ด้านสนามกีฬาไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แข่งขันหรือพื้นที่เฉพาะการฝึกซ้อม และสระว่ายน้ำทุกแห่งต้องปิดให้บริการอย่างน้อย 1 สัปดาห์เช่นกัน

ทั้งนี้ จางให้เหตุผลของการยกระดับมาตรการทางสังคม ว่าเป็นเพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อภายในชุมชน ขณะเดียวกัน จาง “ขอความร่วมมือ” ให้ประชาชนงดการทำกิจกรรมนอกบ้าน “หากไม่จำเป็นในระดับสูงสุด” นอกจากนี้ เลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกงยังกล่าวถึงการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเตรียมส่งทีมงานมาช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามแบบเดียวกับที่เมืองอู่ฮั่น
 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลฮ่องกงเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่สำนักงานสาธารณสุขรายงานการพบผู้ป่วยในพื้นที่อีก 145 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ และเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศเพียง 3 คน อีกทั้งเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันแล้วซึ่งผู้ป่วยรายวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 2,779 คน รักษาหายแล้ว 1,254 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน เพิ่มขึ้น 2 คน